วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

ความสุข คำง่ายๆ ที่ควรรู้จักให้ลึกซึ้ง

เริ่มต้นด้วยคำง่ายๆ ที่เรียกว่า "ความสุข" ที่ใครหลายๆ คน คงเข้าใจในความหมาย
แต่ใครบ้างเอ่ย ที่เข้าใจและเคยรับรู้ในความรู้สึกที่เรียกว่าความสุข อย่างแท้จริง




ความสุข อยู่รอบๆ ตัวเรา แต่หลายคนมองไม่เห็น
เคยถามตัวเองกันมั้ยคะ ว่าตอนนี้ เรากำลังมีความสุข หรือ กำลังมีความทุกข์
แล้วรู้มั้ยคะ ว่าเหตุของสิ่งเหล่านั้น คืออะไร

คนที่มีความสุข ย่อมไม่ค่อยมองหาหรอกค่ะ ว่าทำไมเรามีความสุข
แค่รู้สึกว่ามีความสุข ซึ่งขณะนั้น ร่างกาย และจิตใจอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า สบาย... หรือ ดี...
เราจึงไม่คิดว่าจำเป็นต้องมองหาสาเหตุว่าทำไมถึงมีความสุข จริงมั้ยคะ
เพราะเหตุนี้ ทำให้คนเราพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
รอเพียงเหตุการณ์ หรืออะไรก็ตามที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตให้เราได้พบเจอ
แล้วทำให้เรารู้สึกว่า "มีความสุข" เป็นอย่างนี้กันใช่มั้ยคะ

jeje เองก็เช่นกันค่ะ ที่ผ่านมาไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้หรอกค่ะ
รู้แค่ว่า วันนี้ เราต้องทำโน่นทำนี่ ตามภารกิจ หรือกิจวัตรที่จำเป็นต้องทำ ในการดำรงชีวิต
บางวันก็รู้สึกว่า มีความสุขจัง
แต่บางวัน ก็เจอเหตุการณ์แย่ๆ หลายเรื่อง
ก็รู้สึกทุกข์ใจ จนหาทางออกไม่เจอก็มี
คิดวนไปวนมา อยู่นั่นแหละ เหมือนคนที่อยู่ในน้ำ
กลางแม่น้ำ หรือกลางทะเล หมดแรงที่จะว่ายไปหาฝั่ง แต่ขึ้นจากน้ำก็ไม่ได้
ต้องพยายามพยุงตัวไว้ ไม่ให้จมน้ำ ภาวนาว่า เมื่อไหร่จะมีเรือผ่านมา ซะทีนะ
แล้วมีใครก็ได้ช่วยดึงขึ้นจากน้ำเสียที เหนื่อยเหลือเกิน 

ทั้งหมดนี้ เชื่อมั้ยคะ ว่าสิ่งสำคัญของความรู้สึกทุกข์
มันอยู่ที่ความคิดของเราเป็นปัจจัยหลักเลยค่ะ

บางคน แคร์คำพูด หรือความคิดของคนอื่น มากกว่าความรู้สึกของตัวเอง

ยังไงคะ??? หลายคนอาจสงสัย

ก็การที่เราแคร์ว่า ถ้าเราคุยกับเพื่อนคนนี้ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครในที่ทำงานอยากคุยด้วย
ทำแบบนี้ จะมีใครว่าอะไรมั้ยนะ
หรือคนอื่นๆ จะคิดยังไงกับสิ่งที่เราทำนะ
บางคนอยากทำดี ซึ่งปกติไม่ค่อยทำ ก็กลัวคนอื่นจะหาว่า สร้างภาพ เป็นคนดี
เลยไม่ทำดีกว่า ทั้งๆ ที่ถ้าทำแล้วเราคงรู้สึกดี...
นั่นเพราะ เราแคร์ คนอื่น จะแคร์ทำไมกันคะ
เรื่องบางเรื่อง ถ้าคิดว่าเป็นสิ่งดีๆ ที่ควรทำ
ไม่ต้องแคร์หรอกค่ะ ว่าใครจะมองยังไง
เพราะคนที่เค้ามองแล้วคิดไม่ดีกับคนที่ทำดี คงเป็นแค่คนส่วนน้อย ที่อยู่กับทุกข์
คนที่ชื่นชม และอยากทำบ้าง แต่ก็ไม่กล้าอย่างเราก็มีเยอะ จริงมั้ยคะ

แต่เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่า ไม่สบายใจ ไม่สบายกาย
มักมีคำถามเยอะแยะมากมายในความคิดของเรา ว่า

"ทำไมนะ"
"นี่มันเกิดอะไรกันนักหนา"
"ทำไมเรื่องแย่ๆ อย่างนี้ถึงเกิดขึ้นกับชีวิตเรา"
"ไม่อยากเป็นแบบนี้ ทำไงดี..." ฯลฯ ...

เมื่อเจอภาวะที่เราเริ่มรู้สึกว่า กำลังเจอคำถามเหล่านี้กับตัวเอง
เราย่อมพยายามมองหาทางออก ทางหลีกหนี จากสิ่งที่เราไม่อยากเจอ ไม่อยากเผชิญ
โดยพยายามหาสิ่งที่ทดแทนความรู้สึกแย่ๆ นี้
ไม่ใช่หาสาเหตุของมัน เพื่อจัดการกับมัน 


หลายคน จึงยิ่งเจอ ภาวะที่เรียกว่า ทุกข์ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ขอยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น

คนมีความรัก ตอนเข้าใจกัน รักกัน ก็มีความสุข
เมื่อไม่เข้าใจกัน ก็มีความทุกข์
หลายคนก็พยายามที่จะหาสาเหตุของมัน
เพื่อจัดการให้ทุกข์หมดไปเร็วๆ เพื่อความสุขดังเดิมจะกลับมา
แต่หลายคน ก็เลือกที่จะไปกินเหล้า เพื่อดับทุกข์
ซึ่งยิ่งเป็นการเพิ่มความทุกข์ ลดความสุขให้ค่อยๆ หมดไป
ซ้ำร้าย บางคนกินเหล้า แล้วเจอเหตุการณ์ที่ต้องเสียใจ
เช่น เกิดอุบัติเหตุ พิการ เสียชีวิต คราวนี้ ถ้าเสียชีวิต คนทุกข์ ก็หมดทุกข์
แต่ถ้าพิการ จะยิ่งทุกข์กว่าเดิมเสียอีก

เห็นมั้ยคะ ตัวอย่างง่ายๆ ที่หลายๆ คนคงเคยพบเจอ จากเพื่อนๆ หรือคนรู้จัก
คิดว่า ถ้าเป็นเราคงไม่ทำแบบนี้ ทางออกมีเยอะแยะ ทำไมทำแบบนี้

ขอบอกว่า ถ้าไม่เจอกับตัวเอง หลายๆ เรื่อง เราก็ไม่เข้าใจหรอกค่ะ
แต่เราคงไม่จำเป็นต้องพบเจอหรอก จริงมั้ยคะ
เราควรเรียนรู้จากคนอื่นก็เพียงพอแล้ว และคิดว่า
ถ้าเป็นเรา เราจะไม่ทุกข์แบบนั้น เราจะทำยังไงถึงจะมีความสุข
และถ้าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นกับเราจริงๆ ก็อย่าลืมสิ่งที่เราเคยคิดว่า ต้องแก้ปัญหาอย่างไรไม่ให้ทุกข์ และสามารถมีความสุขเมื่อเจอความทุกข์เหล่านั้นได้ 

ที่คุยกันเรื่องนี้ เพื่ออยากให้เพื่อนๆ หมั่นสร้างความสุข
จดจำสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า ทุกข์
ไม่ว่าจะมาหาเราในรูปแบบไหน เราก็งัดความสุขที่เราจดจำมาจัดการกับมันเลยค่ะ

นอกจากความสุข ที่เราควรต้องหมั่นสร้าง มันให้กับตัวเองบ่อยๆ แล้ว
กำลังใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความสุข ทั้งตัวเรา และคนรอบข้าง

คนเรา ย่อมเจอเรื่องดีๆ และเรื่องแย่ๆ ไม่เหมือนกัน
ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราจริงๆ อยู่ที่ใจ และความคิดของเรา
ว่าจะยอมรับความจริง และปลดปล่อยความทุกข์นั้นไปรึเปล่า

หวังว่าเพื่อนๆ คงมองหาวิธีสร้างความสุข มากกว่ารอรับความสุข...
เพื่อชีวิตที่ปลอดจากความทุกข์กันนะคะ
                                                                   .....jeje
                                                                               

1 ความคิดเห็น: